ค้นหาบล็อกนี้

เช้คจำนวนคนเข้าดู

Blogger นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอนในรายวิชา อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0012006 ภาคเรียนที่ 3 ปีการศึกษา 2556

My Photo

My Photo

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

4.สิทธิบัตร เครื่องมือปกป้องทรัพ์สินทางปัญญาหรือแค่ตัวถ่วงการพัฒนานวตกรรม

   อย่าง ที่เราทราบ ๆ กันอยู่ว่าตอนนี้ “สงครามด้าน “สิทธิบัตร กำลังร้อนระอุไปทั้งวงการ IT ไม่ว่าใครจะคิดนวตกรรมใด ๆ อะไรออกมาใหม่ ๆ ก็มักจะไปซ้ำซ้อนกับของเก่าที่เคยจด ๆ กันไว้แล้ว ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น Kodak จดสิทธิบัตร การถ่ายภาพเสร็จแล้วก็สามารถแชร์ภาพนั้นไปยังอีเมล์ หรือสื่อต่าง ๆ ได้ พอ Apple เอาความสามารถนี้มาใส่ Iphone ก็โดนฟ้องทันที  ง่าย ๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกว่ามันน่าเกลียดเหลือรับประทาน คือการที่ไมโครซอฟท์ ไปไล่ฟ้อง เอาส่วนแบ่งค่าจำหน่ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ Android เป็นระบบปฏิบัติการ เพราะ Android มีส่วนประกอบ หรือมีความสามารถที่ไมโครซอฟท์ได้เคยจดสิทธิบัติไว้ล่วงหน้าแล้ว (มันเป็ฯความสามารถพื้นฐานมาก ๆ อย่างการ ทำ ไฮไลท์ข้อความ อะไรอย่างนี้)
ซึ่งตรงนี้เองมันก็เป็นจุดที่ทำให้น่าจะคิดว่า สิทธิบัติ มันมีข้อเสียมากกว่าข้อดีหรือเปล่า เพราะถ้าปล่อยไปอย่างนี้อีกหน่อยคงไม่มีใครคิดนวตกรรมใหม่ ๆ ออกมาแน่ ๆ เพราะคิดไปก็ ไอ้นู่นก็จดแล้วไอ้นี่ก็จดแล้ว ทำออำไปก็โดนฟ้องอยู่ดี
ความ น่าเบื่อสของสิทธิบัติยังไม่จบแค่นี้ เพราะยังมีบริษัทหัวเสบางที่เล่นใช้วิะีการซื้อ บ.เจ้าของสิทธิบัตร ที่แจกให้ใช้กันฟรี ๆ เพื่อมาเรียกเก็บค่าสิทธิบัตร ที่ตัวเองซื้อมา และมีคนอื่นนำไปใช้ต่อแล้ว  อย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ออราเคิ่ล ที่ซื้อ บ. SUN ไป ก็ได้สิทธิบัตร ฟรีซอฟท์แวร์จำนวนมหาศาลไปด้วย  ไม่ว่าจะเป็น Open office เวอร์ชั่นต่าง ๆ รวมไปถึง สิทธิบัตรของ ภาษา JAVA ด้วย  ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ของ Android ถูกพัณนาขึ้นด้วยภาพษา JAVA  นั่นเอง  โชคยังดีที่ ออราเคิ่ลยังไม่ได้มาเรียกเก็บค่าสิทธิบัรจากผู้ผลิตอุปกรณ์แอนดรอยด์เหมือน ไมโครซอฟท์ เพราะไม่อย่างนั้นราคาต้นทุนของอุปกรณ์พวกนี้คงเพิ่มขึ้นอีกเครื่องละ 10-40 เหรียญดอลล่าสหรัฐ แล้วทีนี้ภาระเหล่านี้จะตกไปอยู่ที่ใครถ้าไม่ใช่คนใช้อย่างเรา ๆ และ google ที่ทุ่มทุนวิจัยพัณนา Android ไปหลายร้อยล้านเหรียญ คงจะเซ็งไม่น้อยเลยทีเดียว
แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ปัญหานี้น่าจะแก้ได้จากภาครัฐผู้ออกกฐหมาย ว่า อย่างน้อยสิทธิบัตรอะไรที่เจ้าของเก่านั้นเคยให้ใช้ฟรี มันก็สมควรที่จะเป็นของฟรีอยู่แบบนั้น เพื่อป้องกันพวกหัวเส ใช้วิธี ซื้อ บ.เจ้าของสิทธิบัตร แล้วมาไล่เก็บเอาทีหลัง หลังจากมีคนใช้ไปแล้ว  หรือมีการกำหนดมาตานกลาง ไว้ว่า อะไรที่ควรเป็นความสามารถพื้นฐานของ OS อย่างการทำไฮไลท์ข้อความ,การพิมพ์ หรือการเชื่อมต่อภายในต่าง ๆ ก็ไม่ควรจะมีผู้ถือครอง สิทธิตรงส่วนนี้  ไม่อย่างนั้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เทคโนโลยีคงถึงทางตัน ด้วยกำแพงที่มีชื่อว่า “สิทธิบัตร ” นั่นเอง .

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น